Sep222025Special Phuket Article ศาลเจ้าปุดจ้อ ศาลเจ้าเก่าแก่ของเมืองภูเก็ต มีหลักฐานอ้างอิงจากรูปแผนที่เมืองภูเก็ตเก่าว่า เดิมทีชื่อ #ศาลเจ้ากวนอู ต่อมามีพ่อค้าชาวจีนนั่งเรือใบสามหลักเดินทางมาจากเกาะปีนัง เข้ามาทำการค้ายังเมืองทุ่งคา (เมืองภูเก็ตในอดีต) โดยในเรือใบมีกิมซิ้นรูปสลักไม้องค์พระกวนอิมปุดจ้อที่ตนนับถือติดตัวมาด้วย เมื่อได้ล่องเรือมาจนถึงหน้าศาลเจ้ากวนอูแห่งนี้ ก็จอดเรือเทียบท่าที่หน้าศาลเจ้า และเห็นว่าที่ตั้งบริเวณนี้เป็นทำเลที่ดี จึงเกิดความคิดจะสละกิมซิ้นพระกวนอิมปุดจ้อของตนอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ ศาลเจ้ากวนอูแห่งนี้ เพื่อให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้สักการะบูชากราบไหว้ ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระกวนอิมปุดจ้อปรากฏแก่ชาวบ้านที่แวะเวียนมาสักการะ ก่อเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในหมู่ชาวบ้านโดยทั่วไป ต่างพากันมากราบไหว้ขอพรมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อเรียกขานจากศาลเจ้ากวนอู มาเป็น #ศาลเจ้าปุดจ้อ จวบถึงปัจจุบัน แต่เดิมศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเป็นอาคารไม้มุงหลังคาจาก เมื่อเวลาผ่านไปก็ทรุดโทรมตามกาลเวลา มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมแรงกันซ่อมแซมศาลเจ้าเรื่อยมา เช่น #แป๊ะเส่วจงก๊ก หรือหลวงพิทักษ์นวบรรณ ป. กำนันตำบลตลาดใหญ่ ท่านเล็งเห็นว่า ศาลเจ้ามีความทรุดโทรมมาก ควรจะบูรณะใหม่ให้มั่งคง ท่านได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดหาทุนทรัพย์จากชาวภูเก็ตและชาวปีนัง รวมทั้งตัวท่านเองก็ได้บริจาคทุนจำนวนไม่น้อยเพื่อใช้ในการบูรณะศาลเจ้า เนื่องจากแป๊ะเส่วจงก๊กเดินทางทำการค้าระหว่างเกาะภูเก็ตและเกาะปีนังอยู่เป็นประจำ ท่านจึงใช้แบบจากศาลเจ้าในปีนังเป็นต้นแบบ จากอาคารไม้มุงหลังคาจากก็ปรับปรุงเป็นก่ออิฐถือปูน มุงหลังคากระเบื้อง เป็นอาคารสวยงาม การบูรณะแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2452 นอกจากแป๊ะเส่วจงก๊กจะถูกจารึกว่าเป็นผู้บูรณะศาลเจ้าในอดีตแล้ว ก็ยังมีบุคคลอื่นๆที่ได้รับการเชิดชูว่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการบูรณะศาลเจ้าอีก เช่น นายตันฮกกุ้ย แป๊ะสุ่ยติ้น แซ่เอี๋ยว หลวงอนุภาษภูเก็ตการ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้คนอีกมากมายที่แม้ไม่ได้บริจาคกำลังทรัพย์จำนวนมาก แต่ก็ได้สละแรงกายแรงใจและสติปัญญาร่วมกันทำนุบำรุงศาลเจ้าแห่งนี้ให้สวยงามเป็นสง่า ควรค่าแก่การเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวภูเก็ตผ่านยุคผ่านสมัยเรื่อยมาถึงปัจจุบัน ความศักดิ์สิทธิ์ประการหนึ่งขององค์ปุดจ้อที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวภูเก็ตมาช้านาน คือ #การเซียมซีรักษาโรค ในอดีตที่การแพทย์ยังไม่เจริญก้าวหน้า คนสมัยก่อนจึงรักษาอาการป่วยไข้ด้วยยาสมุนไพร การแพทย์แผนโบราณ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นหลัก ศาลเจ้าปุดจ้อจึงเป็นที่พึ่งสำคัญในยามป่วยไข้ ใบเซียมซีรักษาโรคที่มีอยู่ในศาลเจ้าปุดจ้อทั้งหมดมีการบอกเล่าถึงที่มาว่า แป๊ะเส่วจงก๊กเป็นผู้นำศาสตร์นี้มาจากเมืองจีนหรือปีนังไม่ทราบแน่ชัด เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่เจ็บไข้ได้ป่วยให้ได้มาขอยารักษาโรคจากองค์ปุดจ้อ โดยเซียมซีใบยารักษาโรคทั้งหมดจะแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ ยาสำหรับผู้เจ็บป่วยที่เป็นผู้ชาย 100 หมายเลข ยาผู้หญิง 100 หมายเลข ยาเด็ก100 หมายเลข ยาภายนอก 100 หมายเลข เช่น ผื่นคัน แผลพุพอง เป็นต้น ยาตา 60 หมายเลข การพิมพ์ใบเซียมซีเหล่านี้ทางศาลเจ้าจะมีแป้นพิมพ์เป็นไม้แกะตัวหนังสือจีนกลับหลัง เวลาจะพิมพ์ใบเซียมซีเพิ่มก็กดลงบนหมึกแล้วประทับลงบนกระดาษ ในสมัยก่อนศาลเจ้าจะนำกระดาษใบเสร็จที่ใช้แล้วมาพิมพ์ใบเซียมซี เพื่อเป็นการประหยัดและใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ปัจจุบันนี้หากลองไปหาใบเซียมซีเก่าๆดูจะพบว่าด้านหลังจะเป็นกระดาษใบเสร็จทั้งสิ้น สำหรับวิธีการขอยาจากองค์ปุดจ้อก็เพียงมากราบไหว้ท่าน แล้วตั้งจิตอธิษฐานบอกกล่าวถึงอาการเจ็บป่วยและขอยาจากท่านเพื่อไปรักษา จากนั้นจึงนำกระบอกเซียมซีตามประเภทมาเขย่าจนได้หมายเลข แล้วจึงถามท่านว่าต้องกินยานี้กี่เทียบกี่ห่อ เมื่อได้จำนวนเทียบยาที่จะต้องกิน แล้วจึงนำเซียมซีใบยานั้นไปที่ร้านขายยาจีน ที่ร้านก็จะเจียดยาให้กลับไปต้มกินรักษาโรค นอกจากนี้สำหรับคนที่มาขอยาจากองค์ปุดจ้อไปต้มกินแล้วไม่หาย ก็จะมีเซียมซีถามเรื่องทั่วไป 60 หมายเลข เมื่ออธิษฐานและเขย่าได้หมายเลขอะไรก็บอกแก่ผู้ดูแลศาลเจ้า ซึ่งจะดูให้ว่าหมายเลขนั้นผู้เจ็บป่วยจะต้องไปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรเพิ่มเพื่อให้ท่านช่วยให้หายจากอาการเจ็บป่วยนี้ เช่น เสี่ยงได้หมายเลข 1 ตรงกับก่องโป๋ คือ วิญญาณปู่ย่าตายาย ก็ให้ไปกราบไหว้บนบานขอให้หายความเจ็บป่วย ถ้าได้หมายเลข 2 ตรงกับถี่ก้ง ก็ให้ไปไหว้เทวดา ขอให้ท่านปัดเป่าความเจ็บป่วยให้พ้นไป เป็นต้น ด้วยความความศักดิ์สิทธิ์ กอปรกับความเลื่อมใสศรัทธา จึงมีผู้มาขอยาจากองค์ปุดจ้อไปกินหลายรายที่หายจากอาการเจ็บป่วย ทั้งๆที่บางคนไปรับการรักษามาหลายขนาน หามาหลายหมอ เสียค่าเดินทางไปรักษามาหลายที่แล้วก็ยังไม่หาย เมื่อได้มาพึ่งพาบารมีองค์ปุดจ้อ ขอยาจากท่านไปกินรักษาโรคก็หายได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงค่ายาจีนห่อละไม่กี่บาทที่ต้องซื้อจากร้านขายยาจีนเท่านั้น ความศักดิ์สิทธิ์ของเซียมซีใบยารักษาโรคขององค์ปุดจ้อนั้นเป็นที่เลื่องลือมาช้านานว่ามีผู้นำไปรักษาตัวแล้วอาการเจ็บป่วยบรรเทาจนหายดีอยู่หลายราย และนี้คือส่วนหนึ่งที่เป็นที่มาทำให้ชาวภูเก็ตเลื่อมใสศรัทธาในบารมีองค์ปุดจ้อ ณ ศาลเจ้าแห่งนี้สืบทอดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลายาวนานกว่าร้อยปี… ======================= หมายเหตุ : ข้อมูลคำสัมภาษณ์แป๊ะเข่ง แซ่เอี๋ยว (ผู้ดูแลศาลเจ้าปุดจ้อ พ.ศ.2549) Category: Special Phuket ArticleBy admin22/09/2025Leave a commentPost navigationPreviousPrevious post:ศาลเจ้ากะทู้ ขอเชิญ ชาวบ้าน ในพื้นที่กะทู้ใกล้เคียง ร่วมตั้งโต๊ะ ตอนรับขบวน เหี้ยวโห้ย เหี้ยวเอี้ยน องค์พระ เตี๋ยนฮู่หง่วนโส่ย ( เล่าเอี๋ย )NextNext post:อบรมสุราพื้นฐาน โดย หอการค้าจังหวัดพังงา กับ จ๋าเซนเซ กูรูจากโรงกลั่นระดับโลก Kinobi เกียวโต ญี่ปุ่นRelated Postsท่าอากาศยานภูเก็ต ออกตารางบินประจำปีทั้งในและต่างประเทศ ระหว่าง 30 มีนาคม 69 – 25 ตุลาคม 2569 ดาวน์โหลดตารางบินได้เลย19/03/2026ตามรอยพ่อตาโต๊ะแซะ: การสืบค้นตัวตนในบริบทประวัติศาสตร์เมืองท่านานาชาติแห่งภูเก็ต19/03/202613 มีนาคม สดุดีท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้ปกป้องเมืองถลาง นับตั้งแต่พุทธศักราช 2509 เป็นต้นมา14/03/2026“พระยาวิชิตสงครามฯ (ทัต รัตนดิลก ณ ภูเก็ต)” . พระยาวิชิตสงครามฯ ถือเป็นบุคคลสำคัญของเมืองภูเก็ต ท่านเป็นบุตรของพระภูเก็จ (แก้ว) เจ้าเมืองภูเก็ตในสมัยรัชกาลที่ 301/02/2026แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต เมื่อ 300 ล้านปีก่อนมาจากขั้วโลกใต้24/01/2026ผังเมืองรวมภูเก็ต vs (ร่าง)ผังเมืองรวมภูเก็ต โซนไม้ขาว22/01/2026
ท่าอากาศยานภูเก็ต ออกตารางบินประจำปีทั้งในและต่างประเทศ ระหว่าง 30 มีนาคม 69 – 25 ตุลาคม 2569 ดาวน์โหลดตารางบินได้เลย19/03/2026
13 มีนาคม สดุดีท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้ปกป้องเมืองถลาง นับตั้งแต่พุทธศักราช 2509 เป็นต้นมา14/03/2026
“พระยาวิชิตสงครามฯ (ทัต รัตนดิลก ณ ภูเก็ต)” . พระยาวิชิตสงครามฯ ถือเป็นบุคคลสำคัญของเมืองภูเก็ต ท่านเป็นบุตรของพระภูเก็จ (แก้ว) เจ้าเมืองภูเก็ตในสมัยรัชกาลที่ 301/02/2026