“ย่านเมืองเก่าและอาหารคือสิ่งที่ดึงดูดให้ผมมาเยือนที่นี่อยู่เสมอ และในฐานะที่ผมทำงานอยู่สิงคโปร์ ผมเห็นว่าภูเก็ตมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอาณานิคมช่องแคบมากกว่าเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ เสียอีก พอได้มาทำไทยแลนด์เบียนนาเล่ ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า ทุกวันนี้ภูเก็ตยังคงเชื่อมต่อกับภูมิภาคนี้อยู่หรือไม่ กระทั่งได้มาลงพื้นที่ และประจักษ์ว่าประวัติศาสตร์เหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันดำรงในวิถีของเมือง
“ในช่วงแรกที่เราวางแผนทำเทศกาลฯ ทีมภัณฑารักษ์คุยกันว่าภูเก็ตแทบไม่มีโครงสร้างพื้นฐานทางศิลปวัฒนธรรมเลย ไม่มีแกลเลอรี่ หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ โจทย์แรกในการทำงานครั้งนี้จึงเป็น หากที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะสาธารณะขึ้นมาจริง ๆ แล้วภายในจะจัดแสดงอะไร เบียนนาเล่จะสามารถหาคำตอบให้กับคำถามนั้นได้หรือไม่ และประวัติศาสตร์ทางความคิดแบบใดจึงจะเหมาะสมกับเมืองแห่งนี้
“จริงอยู่ที่เบียนนาเล่ได้รับการสนับสนุนโดยงบประมาณระดับประเทศ และแน่นอนว่าเรื่องราวของภูเก็ตก็เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย แต่ศิลปะร่วมสมัยนั้นโดยพื้นฐานแล้วเป็นสิ่งที่เป็นสากลกว่านั้น และภูเก็ตก็มีสถานะเป็นเมืองนานาชาติมาเนิ่นนานนับพันปีในฐานะเมืองท่าของภูมิภาค มันจึงเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเอเชียใต้ เอเชียเหนือ และแน่นอนกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“ด้วยเหตุนี้ ควบคู่ไปกับการนำเสนอผลงานของศิลปินนานาชาติ การนำเสนอนิทรรศการพิเศษของ โทมิยามะ เทเอโกะ หรือ ทาคาฮาชิ ยูจิ รวมถึงศิลปินที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นเอเชียและการเปลี่ยนผ่านอย่าง นีร์มาลา ดัทท์, มินเน็ตต์ เดอ ซิลวา ไปจนถึง ดอเลาะ เจ๊แต หรือสุวรรณี สุคนธา จึงเป็นเสมือนการร่างภูมิศาสตร์ทางความคิดที่โอบรับประเทศไทยไว้ หากแต่มันไม่ได้ถูกกำหนดโดยสถาบันของรัฐ และไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรับใช้ประวัติศาสตร์แบบชาตินิยมที่เป็นศูนย์กลางการเล่าเรื่องเพียงอย่างเดียว ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้มันเติมเต็มสถานะเมืองนานาชาติของภูเก็ต”
.
เดวิด เทห์
ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ร่วม ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต
_______
เกี่ยวกับ เดวิด เทห์
นักเขียน ภัณฑารักษ์ และอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) เขาเป็นผู้เขียนหนังสือ Thai Art: Currencies of the Contemporary (พ.ศ. 2560) และหนังสือ Artist-to-Artist: Independent Art Festivals in Chiang Mai 1992–98 (พ.ศ. 2561 บรรณาธิการร่วมกับ เดวิด มอร์ริส) นอกจากนี้ เดวิดยังเป็นหนึ่งในทีมภัณฑารักษ์ที่ร่วมงานกับภัณฑารักษ์ ยูเต้ เมตา บาวเออร์ (Ute Meta Bauer) และศิลปินผู้กำกับภาพยนตร์ อมาร์ คันวาร์ (Amar Kanwar) ในการจัดงาน Istanbul Biennial ครั้งที่ 17 เมื่อปี 2565







