ตลาดที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่เมืองท่องเที่ยว
กำลังกลายเป็น “ปลายทางของเงินทุนระดับโลก”
ภาพนี้สะท้อนชัดผ่าน AssetWise
ผู้พัฒนาอสังหาที่กำลังวางตำแหน่งตัวเองบนดีมานด์ต่างชาติ
ไตรมาส 2 ปี 2569
บริษัทเตรียมโอนกรรมสิทธิ์ 4 โครงการใหม่
มูลค่ารวมกว่า 13,360 ล้านบาท
นี่ไม่ใช่แค่การเร่งรายได้ระยะสั้น
แต่คือการ “ปลดล็อกมูลค่า” ที่สะสมไว้ก่อนหน้า
เพราะ ณ วันนี้
AssetWise มี Backlog สูงถึง 38,010 ล้านบาท
และจะทยอยรับรู้รายได้ไปยาวถึงปี 2571
สิ่งนี้กำลังบอกว่า
รายได้ในอนาคตของบริษัท
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขายใหม่เพียงอย่างเดียว
แต่มี “ฐานรายได้ที่ล็อกไว้แล้ว”
และที่น่าสนใจคือ
มากกว่า 57% ของ Backlog อยู่ในภูเก็ต
แปลว่า
การเติบโตของ AssetWise
กำลังผูกกับเมืองนี้อย่างชัดเจน
คำถามสำคัญคือ
ทำไมภูเก็ตถึงยังโตได้
ทั้งที่เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
คำตอบอยู่ที่ “พฤติกรรมของผู้ซื้อ”
วันนี้ลูกค้าต่างชาติ
ไม่ได้ซื้อเพื่อเก็งกำไรเหมือนในอดีต
แต่ซื้อเพื่อ “ใช้ชีวิตจริง”
ยุโรป รัสเซีย
รวมถึงกลุ่มใหม่อย่างโปแลนด์ และอิสราเอล
กำลังมองหาสถานที่ที่
ปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตดี และต้นทุนไม่สูงเกินไป
และภูเก็ตตอบโจทย์นั้นได้ครบ
ยิ่งในช่วงที่โลกมีความตึงเครียด
การมีบ้านหลังที่สองในต่างประเทศ
กลายเป็นทางเลือกที่หลายคนให้ความสำคัญ
นี่คือเหตุผลที่
แม้จะเข้าสู่ Low Season
ดีมานด์ก็ยังไม่ลดลง
ในมุมของ AssetWise
บริษัทไม่ได้แค่ “รอรับ” ดีมานด์
แต่เลือก “เดินเกมรุก”
ปีนี้มีแผนเปิดโครงการใหม่ถึง 11 โครงการ
และในไตรมาส 2 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 2 โครงการ
โดยยังคงให้น้ำหนักกับภูเก็ตเป็นหลัก
นี่สะท้อนความเชื่อว่า
ดีมานด์ไม่ได้มาแค่ระยะสั้น
อีกจุดที่น่าสนใจคือ
ความสามารถในการบริหารต้นทุน
แม้วัสดุก่อสร้างจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
แต่หากต้นทุนเพิ่ม 10%
กำไรอาจกระทบเพียง 1-2%
เพราะธุรกิจอสังหามีเวลาในการปรับตัว
และสามารถบริหารราคาได้
นี่คือสิ่งที่ทำให้บริษัทยังรักษาเสถียรภาพได้
ภาพทั้งหมดกำลังสะท้อนว่า
ภูเก็ตไม่ใช่แค่ตลาดท่องเที่ยว
แต่กำลังกลายเป็น “ตลาดอยู่อาศัยระดับโลก”
และ AssetWise
กำลังวางตำแหน่งตัวเองอยู่ตรงจุดนั้น
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ
ดีมานด์จากต่างชาติจะยืนระยะได้นานแค่ไหน
และภูเก็ตจะสามารถรักษาสถานะนี้ได้หรือไม่
เพราะถ้าแนวโน้มนี้ยังต่อเนื่อง
สิ่งที่เราเห็นวันนี้
อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเติบโตระลอกใหม่เท่านั้น
ข้อมูลจากเพจ Kim Property Live







