ปูเสฉวนที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา
มีขาทั้งหมด 10 ขา ไม่มีเปลือกแข็งแบบปูหรือกุ้ง ต้องอาศัยอยู่ในเปลือกหอยเปล่าฝาเดียว โดยใช้ส่วนขาหลัง 2 ขายึดกับเปลือกหอยไว้ และใช้ขาหน้าในการคุ้ยเขี่ยหาอาหารดำรงชีพด้วยการกินซากพืช ซากสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น ซากหอย ซากปู ซากปลา ซากปะการังบนชายหาด เรียกได้ว่ากินทุกชนิด ขอแค่เปื่อยยุ่ยและตายแล้วเท่านั้น บางชนิดอาศัยอยู่บนบกเท่านั้น และบางชนิดอาศัยอยู่ในท้องทะเล ส่วนมากมักอาศัยใกล้ชายฝั่ง เพราะต้องกินน้ำเค็มเพื่อเพิ่มแคลเซียมและเกลือแร่ให้แก่ร่างกาย
ด้วยความที่กินซากพืชซากสัตว์เป็นอาหาร ปูเสฉวนจึงทำหน้าที่เป็นหน่วยกำจัดขยะชั้นดี เพิ่มปุ๋ยให้ชายหาดบริเวณนั้น รวมถึงยังเป็นตัวแพร่กระจายเมล็ดพืช ฯลฯ เมื่อไม่มีปูเสฉวนก็เหมือนขาดหน่วยทำความสะอาด และไม่ใช่แค่บนบกเท่านั้น แต่ปูเสฉวนบางชนิดยังอาศัยอยู่ตามปะการัง และทำหน้าที่คล้ายกันด้วย นอกจากทำหน้าที่เป็นหน่วยทำความสะอาดแล้ว ปูเสฉวนยังเป็นอาหารของสัตว์น้ำบางชนิดด้วย
เป็นความจริงที่น่ากลัวว่า ปูเสฉวนที่ขายตามท้องตลาด หรือทางออนไลน์นั้น ล้วนเคยเป็นปูเสฉวนธรรมชาติมาก่อน ในประเทศไทยยังไม่มีใครเพาะเลี้ยงปูเสฉวนเชิงพาณิชย์ได้ และการจับปูเสฉวนมาใส่ในตู้กระจกหรือขวดแก้ว ล้วนแต่ตัดวงจรการขยายพันธุ์ปูเสฉวนโดยสิ้นเชิง เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ปูเสฉวนเพศผู้จะต่อสู้กันเพื่อแย่งตัวเมีย ใครที่แข็งแกร่งที่จะได้ตัวเมียไปครอง เมื่อปฏิสนธิและวางไข่ ตัวเมียจะปล่อยไข่ในทะเล ถ้าเป็นปูเสฉวนน้ำเมื่อฟักไข่แล้วจะลอกคราบอีกหลายครั้งในน้ำ ก่อนมีลักษณะเหมือนตัวเต็มวัย แต่ถ้าเป็นเสฉวนบกก็กลับมาเติบโตอยู่บนบก ปูเสฉวนที่นำไปเลี้ยงทุกตัว แม้จะไม่ตายแต่ไม่อาจแพร่พันธุ์ได้ เพราะปูเสฉวนต้องใช้น้ำทะเลเพื่อการแพร่พันธุ์และวางไข่
ถ้าถามหาความผิดถูกตามกฎหมาย การเลี้ยงปูเสฉวนนั้นไม่ผิดแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจุบันปูเสฉวนยังไม่อยู่ในรายชื่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จึงไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย แต่การจับปูเสฉวนจากพื้นที่อุทยานฯ มีความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19 (2) ห้ามเก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย แก่ทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่ไม่ว่าจะถูกหรือผิดทางด้านกฎหมาย การนำปูเสฉวนมาเลี้ยงย่อมไม่ใช่สิ่งที่สมควร เพราะแค่การเลี้ยงหนึ่งครั้งอาจหมายถึงการตัดโอกาสการมีปูเสฉวนนับพันนับหมื่นตัวเกิดขึ้นในธรรมชาติ และอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางท้องทะเลอย่างมหาศาล จงรักษ์ธรรมชาติ ถ้าอยากมีธรรมชาติไว้ชื่นชม








