“Biennale” เป็นคำศัพท์ภาษาอิตาเลียนที่มีความหมายเดียวกันกับ “Biennial” ในภาษาอังกฤษในแวดวงศิลปะร่วมสมัย มักใช้เรียกรูปแบบมหกรรมการแสดงศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกระยะเวลา 2 ปี
หรือหาก 3 ปี ก็จะเรียกเป็น “ Triennale “ ปัจจุบันมีมหกรรมรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นมากมายตามเมืองต่างๆทั่วโลก เช่น “Shanghai Biennale (เซี่ยงไฮ้ , จีน) “Beijing International Art Biennale” (ปักกิ่ง,จีน) “Singapore Biennale” (สิงคโปร์) “Biennale of Sydney” (ซิดนีย์ , ออสเตรเลีย) “Berlin Biennale” (เบอร์ลิน , เยอรมนี) เป็นต้น งานเหล่านี้ล้วนมีต้นแบบมาจากมหกรรมการแสดงศิลปะระดับนานาชาติที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด นั่นคือ “มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่” เมืองเวนิส หรือเรียกกันทั่วไปว่า “เวนิส เบียนนาเล่”
เวนิส เบียนนาเล่ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ.1893 หรือพ.ศ. 2436 เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 25 ปี แห่งการอภิเษกสมรสของพระเจ้าอัมแบร์โตที่ 1 แห่งอิตาลี และพระราชินีมากิริต้าแห่งซาวอย โดยทางสภาเมืองเวนิสได้มีมติให้จัด “มหกรรมการแสดงศิลปะแห่งชาติ (Esposizione biennale artistica nazionale) ขึ้น โดยมีคณะกรรมการพิจารณาการจัดแสดงผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงในอิตาลีและจากนานาทวีปทั่วโลก เพื่อให้ผู้ชมไม่ต้องเดินทางไปแสวงหาดูในพื้นที่อันห่างไกล ช่วยให้ศิลปินและผู้ชมจากทั่วโลกสามารถเปรียบเทียบผลงานของตนในระดับนานาชาติอันเป็นมาตรฐานโลกได้จากผลงานในหลายประเทศไทยได้
การจัดแสดงผลงานในงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ เริ่มต้นจากการคัดเลือกภัณฑารักษ์ (Curator) หลังจากนั้นภัณฑารักษ์จะคัดเลือกผู้ช่วย (Co-Curator) ขึ้นมาอีกทีหนึ่ง เพื่อช่วยกันคัดเลือกศิลปินและผลงานที่เข้ามาจัดแสดง ซึ่งลักษณะของการจัดงานแบ่งนิทรรศการออกเป็น 2 ส่วนคือ นิทรรศการหลักและนิทรรศการเสริม เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถรับชมงานศิลปะได้อย่างสมบูรณ์และหลากหลายนับตั้งแต่งานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติเวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 1 เปิดตัวอย่างเป็นอย่างในปี 1895 หรือ พ.ศ.2438 จัดแสดงภายในสวนสาธารณะเจียร์ดินีและย่านอาร์เซเนเล่ รวมถึงเกาะเวนิส
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี พระองค์เคยเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการงานศิลปะในงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ถึง 2 ครั้งในปีค.ศ. 1897 (พ.ศ.2440) และปีค.ศ.1907 (พ.ศ.2450) ซึ่งงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปีค.ศ. 1916 – 1921 (พ.ศ.2549 – 2464) ก็จำเป็นต้องยุติการจัดงานลงชั่วคราว เนื่องจากผลของสงครามโลกครั้งที่ 1 เช่นเดียวกันกับการเกิดขึ้นอีกครั้งของสงครามโลก ครั้งที่ 2 ในปีค.ศ. 1939 – 1945 (พ.ศ.2482-2488)
ต่อมาในปีค.ศ.1968 (พ.ศ.2511) มีเหตุให้ต้องงดการจัดงานอีกครั้งเพราะเกิดการเดินประท้วงของกลุ่มนักศึกษาชาวอิตาลี เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการเปลี่ยนแปลงการบริหารงานภายในองค์กรและทำการชี้แจงแนวทางการคัดเลือกภัณฑารักษ์และศิลปินให้ชัดเจน ทั้งนี้ อาจมีสาเหตุมาจากการจัดแสดงผลงานที่ผ่านมาที่ไม่เคยมีการกำหนดหัวข้อหลักในการแสดงมาก่อน ซึ่งการจัดแสดงผลงานในงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ช่วงต้นๆมักนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงเหตุการณ์อื่นๆในลักษณะทั่วไป
ภายหลังเมื่อมีการเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้น จึงทำให้เกิดการกำหนดหัวข้อหลักสำหรับงานมหกรรมแต่ละครั้ง เช่น ในปีค.ศ.1972 (พ.ศ. 2515) “Opera O Comportamento” (Work or Behavior) พูดถึงการคัดเลือกศิลปินจากแต่ละประเทศ ในปีค.ศ. 1979 (พ.ศ.2522) “From Nature to art , From art to nature” หรือในปีค.ศ. 1984 (พ.ศ.2527) “Art and arts” ซึ่งพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ เป็นต้น นอกจากการแสดงงานในรูปแบบทัศนศิลป์แล้ว ในปีต่อๆมาก็มีการจัดงานเบียนนาเล่สำหรับดนตรี ปีค.ศ.1930 (พ.ศ. 2473) ภาพยนตร์ ปีค.ศ.1932 (พ.ศ.2475) ศิลปะการแสดง ปีค.ศ. 1934 (พ.ศ.2477) และสถาปัตยกรรมด้วย ปีค.ศ.1980 (พ.ศ.2523)







