นอกจากการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วโดยปกตินั้น ความเชื่อของลูกหลานที่ได้รับการบอกเล่าสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณเชื่อว่าบรรพบุรุษหรือที่เรียกว่าผีตายายบางคนที่ทำบาปหนักต้องไปเกิดเป็นเปรตอยู่ในนรกทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ปากเท่ารูเข็ม เมื่อขุมนรกเปิดให้กลับมาเยี่ยมบ้านมารับบุญจากญาติพี่น้องอาจไม่สามารถรับส่วนบุญหรือเข้ามาในเขตวัดได้ ทุกบ้านจึงเตรียมสำรับอาหารเป็นพิเศษขึ้นนอกเหนือจากปิ่นโตอาหารสำหรับถวายพระสงฆ์ เรียกว่า “โทงเปรต”
.
โทงเปรตในสมัยดั้งเดิมนิยมใช้กระทงใบกล้วยเย็บด้วยไม้กลัดเป็นกระทงใหญ่ และมีกระทงเล็กๆ สำหรับใส่อาหารคาวหวานใส่ลงในกระทงใหญ่ ปัจจุบันมีภาชนะหลากหลายอาจจะใช้กล่องกระดาษ กระสอบเล็กๆ ถุงพลาสติกก็ได้ อาหารที่สำคัญซึ่งจะต้องใส่โทงเปรตประกอบด้วยขนมเดือนสิบนานาชนิด ทั้ง ขนมลา ขนมบ้า ขนมเจาะหู ขนมพอง ขนมเทียน ขนมทอนใต้ ข้าวสุก ดอกไม้ ธูปเทียนและหมากพลู จัดรวมเข้าด้วยกันคล้ายสำรับอาหาร
.
ครอบครัวแต่ละครอบครัวจะนำโทงเปรตของตนไปวางริมกำแพงนอกวัด ในช่วงเวลาก่อนกลับบ้านหลังจากเสร็จพิธีกรรมทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว จุดธูปหนึ่งดอก เทียนหนึ่งเล่ม บอกกล่าวให้บรรพบุรุษที่เป็นเปรตมากินอาหาร เหตุที่ต้องมาวางริมกำแพงวัด เพราะมีความเชื่อว่าเปรตบาปหนา เข้าวัดไม่ได้ ต้องมารออาหารจากลูกหลานริมกำแพงวัดเท่านั้น และสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ เงิน จะต้องใส่ในกระทง 5 บาท หรือ 10 บาทตามศรัทธา ปัจจุบันหลายวัดเห็นว่าการวางโทงเปรตริมกำแพงวัดทำให้เกิดความสกปรกรุงรังไม่น่าดู จึงจัดที่วางโทงเปรตไว้เป็นการเฉพาะ ป้องกันไม่ให้เกิดความรกรุงรังริมกำแพงวัด
.
โทงเปรตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกบ้านจะต้องเตรียมนำไปวัดในงานบุญเดือนสิบ เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษอย่างทั่วถึง แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูที่มีต่อพรรพชนและถือเป็นประเพณีอันดีงามของภูเก็ตที่ควรอนุรักษ์สืบทอด
.
ขอบคุณภาพโทงเปรตจาก คุณจำรัส ภูมิภูถาวร ศูนย์การเรียนรู้บ้านกู้กู
………………
มิวเซียมภูเก็ต MuseumPhuket
จุดเริ่มต้นท่องเที่ยวเรียนรู้เมืองภูเก็ต
สอบถามข้อมูลได้ที 094-807-7873







