ในโอกาสเดือนแห่งประเพณีถือศีลกินผัก ประจำปี 2568 หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง ขอชวนมาอ่านเรื่องราวทะเบียนศาลเจ้า มณฑลภูเก็ต พ.ศ. 2465 พร้อมพาไปชมภาพศาลเจ้าในจังหวัดภูเก็ต พังงา และจังหวัดตรัง ที่ให้บริการผ่านระบบสืบค้นออนไลน์แล้ว
.
เอกสารจดหมายเหตุรหัส (10) มท 5.1/56 เรื่อง ทะเบียนศาลเจ้าจังหวัดต่าง ๆ ระยะเวลาของเอกสารตั้งแต่ 15 เมษายน 2475-23 ตุลาคม 2476 เป็นเอกสารในชุดมณฑลภูเก็ต เนื้อหาเป็นการรายงานและคัดทะเบียนชื่อศาลเจ้าที่ได้จดทะเบียนตาม “กฎเสนาบดีว่าด้วยกุศลสถานชะนิดศาลจ้าว พ.ศ. 2464” จากอำเภอต่าง ๆ มารวมกันที่จังหวัด แล้วจังหวัดส่งเพื่อรายงานมณฑลภูเก็ตตามข้อสั่งการ โดยทะเบียนศาลเจ้าระบุชื่อศาลเจ้า เนื้อที่ อาณาเขต ชื่อและข้อมูลของผู้ปกครองหรือผู้ตรวจตราสอดส่อง
.
สำหรับชาวไทยเชื้อสายจีน “ศาลเจ้า” คือสถานที่สำคัญทางด้านความเชื่อ เป็นที่สถิตของเทพเจ้า และเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจมาช้านาน และทะเบียนศาลเจ้าก็เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีการตั้งรกรากและกระจายถิ่นฐานของชาวจีนที่เข้ามาอาศัยอยู่แต่ละจังหวัด นอกจากนี้ข้อมูลในเอกสารยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่การปกครอง ชื่อสถานที่ รวมทั้งชื่อบุคคลอันเป็นบรรพบุรุษของชาวจีนที่ตั้งถิ่นฐานในแต่ละจังหวัดด้วย
.
ข้อมูลการจดทะเบียนศาลเจ้า พ.ศ. 2465 โดยอ้างอิงชื่ออำเภอและจังหวัดตามที่ปรากฏในเอกสาร สรุปได้ดังนี้
1. จังหวัดระนอง ขึ้นทะเบียนศาลเจ้า จำนวน 3 แห่ง อยู่ในพื้นที่อำเภอเขานิเวศน์
2. จังหวัดพังงา ขึ้นทะเบียนศาลเจ้า จำนวน 12 แห่ง อยู่ในพื้นที่อำเภอท้ายช้าง อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง และอำเภอตลาดใหญ่ อำเภอกะปง จังหวัดตะกั่วป่า
3. จังหวัดกระบี่ ขึ้นทะเบียนศาลเจ้า จำนวน 8 แห่ง อยู่ในพื้นที่อำเภอปากน้ำ อำเภอคลองท่อง และอำเภอเกาะลันตา
4. จังหวัดตรัง ขึ้นทะเบียนศาลเจ้า จำนวน 21 แห่ง อยู่ในพื้นที่อำเภอกันตัง อำเภอเขาขาว อำเภอสิเกา อำเภอหยงสตา และอำเภอทับเที่ยง
.
จากทะเบียนศาลเจ้าดังกล่าวจะพบว่าจังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีจำนวนศาลเจ้ามากที่สุด สอดคล้องกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวว่ามีการตั้งถิ่นฐานของชาวจีนที่จังหวัดตรังมาช้านาน ซึ่งบทบาทการเป็นเมืองท่าการค้าเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงสมัยต้นรัตนโกสินทร์ แผนที่การเดินทางจากเมืองนครศรีธรรมราชไปยังเมืองถลางในสมัย ร.1 หรือเมื่อ 200 กว่าปี ระบุชื่อท่าจีนที่แม่น้ำตรัง แสดงว่าสมัยปลายอยุธยาถึงต้นรัตนโกสินทร์มีคนจีนเข้ามาอยู่เมืองตรังเป็นกลุ่มแล้ว ก่อนจะตั้งชุมชนการค้าชื่อ “ทับเที่ยง” ห่างจากท่าจีนราว 4 กิโลเมตร โดยชาวจีนมีบทบาทสำคัญ คือ เป็นทั้งพ่อค้านายทุน กลุ่มแรงงานการผลิต แปรรูป และส่งออกสินค้า จนอาจกล่าวได้ว่า ชาวจีนมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมของเมืองตรังอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
.
ในอำเภอทับเที่ยง ณ ขณะนั้น มีศาลเจ้าขึ้นทะเบียน จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ กิวอ่องเอี่ย ตำบลบางรัก ท้ามกุ้งเยี่ย ตำบลโคกขัน ซีหยับ ตำบลทับเที่ยง ฮกเต๊กซู่ ตำบลท่าจีน โปฮกเกี้ยง ตำบลท้ายพรุ ท้ายปากกุ้ง ตำบลนาตาล่วง ฮ้งสั้นซี้ ตำบลท่าจีน ท้ายปากกุ้ง ตำบลน้ำผุดใต้
.
ส่วนหนึ่งจากบทนิทรรศการชาวจีนในเมืองตรัง ซึ่งเรียบเรียงโดย น.ส. สุนทรี สังข์อยุทธ์ กล่าวถึงความเป็นมาโดยย่อของศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ยและท่ามกงเยี้ย ซึ่งเป็นศาลเจ้าในจังหวัดตรังที่รู้จักกันกว้างขวาง ไว้ว่า
.
“กิวอ่องเอี่ย เป็นศาลเจ้าจีนฮกเกี้ยนซึ่งครั้งแรกเข้ามาอยู่ที่ท่าจีน โดยนายลิ่มก๊กจุ้ยเชิญกระถางธูปของเทพเจ้าเก้าองค์มาไว้ที่วัดปอน (วัดประสิทธิชัย) สร้างโรงพิธีหลังคาและฝาจาก แล้วทำพิธีถือศีลกินผักประจำปี ต่อมา พ.ศ. 2432 ได้จัดหาพื้นที่ใหม่สร้างศาลเจ้าที่ทับเที่ยง และสร้างเป็นตึก เมื่อ พ.ศ. 2495 ส่วนพิธีถือศีลกินผักหรือกินเจยังจัดเป็นประเพณีสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน”
.
ท่ามกงเยี้ย หรือชื่อที่ปรากฏในเอกสาร คือ ท้ามกุ้งเยี่ย เริ่มจากชายผู้หนึ่งจากเมืองจีนได้นำกระถางธูปขององค์ยุวเทพท่ามกงเยี้ยมาด้วย เมื่อถึงเมืองตรังก็ตั้งโต๊ะบูชา ต่อมามีผู้มาพบเห็นและขอพรต่าง ๆ ได้สำเร็จ จึงมีผู้เคารพบูชามากขึ้น จนได้สร้างเป็นตึกถาวรเมื่อ พ.ศ. 2496
.
ส่วนศาลเจ้าอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบันเกิดขึ้นหลัง พ.ศ. 2464 เช่น เปากง กวนอู โป๊เซ้ง หมื่นราม ไต้เซี่ยฮุดโจ้ว ฯลฯ”
.
อนึ่ง ภาพถ่ายศาลเจ้าในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดตรัง ที่ประมวลมาในบทความนี้ ประกอบด้วย ภาพถ่ายชุด ฟ หจช ตง ภก วธ 3 เป็นภาพจากฟิล์มเนกาทีฟ สำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต ส หจช ตง สบ 1.11.2/7 เป็นภาพจากฟิล์มสไลด์ส่วนบุคคลนางสาวสุนทรี สังข์อยุทธ์ ส หจช ตง ศธ 2 เป็นภาพจากฟิล์มสไลด์ กรมศิลปากร ซึ่งรับมอบจากหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรรมท้องถิ่น และภาพที่รับมอบจากบุคคล ได้แก่ นายดำรง สินไชย และนางสาวสุนทรี สังข์อยุทธ์ รวบรวมไว้ใช้ในการจัดทำหนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และภูมิปัญญา จังหวัดตรัง และภก หจช ตง 2 เป็นภาพกิจกรรมของหอจดหมายเหตุแห่งชาติฯ ตรัง ในปี 2536
.
ผู้สนใจศึกษาเรื่องราวและเอกสารและภาพชุดนี้ สืบค้นผ่านระบบออนไลน์ได้แล้วที่ https://archives.nat.go.th หรือสืบค้นได้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง ถนนหนองยวน อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง







