⚠️ (สำคัญ!! ไม่มีเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต)
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นขนาดเล็กที่สุด และมีความใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของประชาชนในชนบทอย่างยิ่ง ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดถึง 4,993 แห่ง[1]
ในปีงบประมาณ 2569 อบต. ได้รับการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนมากกว่า 1.75 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 45.25 เมื่อเทียบกับงบประมาณอุดหนุนทั้งหมดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ ได้รับการจัดสรรประมาณ 3.87 แสนล้านบาท[2] เฉลี่ยแบบหยาบ ๆ ตามคณิตศาสตร์ง่าย ๆ แล้วตกแห่งละ 35 ล้านบาท[3]
หากเราไม่ไปเลือกตั้ง นั่นหมายความว่า เรากำลังพลาดโอกาสในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดงบประมาณกว่า 35 ล้านบาท รวมถึงงบประมาณที่ อบต. แต่ละแห่งจัดเก็บได้เอง เพราะงบประมาณเหล่านี้จะถูกนำไปพัฒนาตำบล และจัดบริการสาธารณะตามอำนาจหน้าที่ของ อบต. ที่มีอยู่
แล้ว อบต.มีอำนาจหน้าที่อะไรบ้างนะ?
ตามมาตรา 67 ของ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ได้กำหนดให้ อบต. มีสถานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น โดยมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการพัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ดังนี้[4]
ด้านโครงสร้างพื้นฐานและสุขาภิบาล: จัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก รวมถึงรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
ด้านคุณภาพชีวิตและสังคม: ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ
ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม: ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ด้านทรัพยากรธรรมชาติ: คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หน้าที่อื่น ๆ: ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย
นอกจากนี้ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2562 ยังเพิ่มอำนาจหน้าที่ของ อบต.ยิ่งขึ้น ประกอบด้วย[5]
เพิ่มหน้าที่ในด้านการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงการดูแลการจราจร
เพิ่มหน้าที่ในการจัดการหรือสนับสนุนการดูแลและพัฒนาเด็กเล็ก ตามแนวทางของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
.
ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง อบต. อด (เสียสิทธิ) อะไรบ้าง?
นี่คือส่วนที่สำคัญมาก หากคุณไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต. และไม่ได้แจ้งเหตุผลอันสมควร คุณจะถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง เป็นเวลาครั้งละ 2 ปี ตาม มาตรา 42 ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ซึ่งจะทำให้คุณหมดสิทธิในเรื่องต่อไปนี้[6]
อดลงสมัครเลือกตั้ง: ไม่ว่าจะเป็น สส., สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
อดเป็นผู้นำชุมชน: ไม่สามารถสมัครเป็นกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านได้
อดตรวจสอบภาครัฐ: ไม่มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
อดดำรงตำแหน่งทางการเมือง: ไม่สามารถเป็นข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองได้
อดช่วยงานบริหารท้องถิ่น: ไม่สามารถดำรงตำแหน่งรองผู้บริหาร, เลขานุการ, ที่ปรึกษา หรือคณะที่ปรึกษาของผู้บริหารท้องถิ่นได้
อดช่วยงานสภาท้องถิ่น: ไม่สามารถเป็นเลขานุการประธานสภา หรือรองประธานสภาท้องถิ่นได้
ไม่ต้องตกใจ เราสามารถแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ก่อนการเลือกตั้ง 7 วัน (4 – 10 มกราคม 2569) และหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน (12 – 18 มกราคม 2569) เพื่อไม่ให้เสียสิทธิอื่นได้นะ ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 กำหนดไว้ดังนี้[7]
มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วน ที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกล
เป็นคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ และไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้ง เกินกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร
ได้รับคำสั่งจากทางราชการ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
เหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่นตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
ทำหนังสือไปยังนายทะเบียนอำเภอที่ตนมีสิทธิเลือกตั้งพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนด้วยตนเอง, มอบอำนาจให้ผู้อื่นได้ หรือส่งทางไปรษณีย์ โดยใช้แบบฟอร์มแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 1/8)
.
สุดท้าย การเลือกตั้ง อบต. สะท้อนแก่นสำคัญของประชาธิปไตยท้องถิ่น คือการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาในระดับที่ใกล้ชีวิตประจำวันมากที่สุด การไปใช้สิทธิเลือกตั้งจึงไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ตามกฎหมาย แต่เป็นกลไกในการตรวจสอบการใช้อำนาจ การจัดสรรทรัพยากร และความรับผิดรับชอบของผู้บริหารท้องถิ่น ในบริบทที่ อบต. มีบทบาทสำคัญต่อการจัดบริการสาธารณะและการพัฒนาชุมชน We Watch จึงอยากเชิญชวนทุกท่านออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต. ไม่แพ้การเลือกตั้งระดับชาติที่กำลังจะเกิดขึ้น








