ล่าสุด เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ทุ่มงบประมาณรวมกว่า 26,000 ล้านบาท พัฒนาเมกะมิกซ์ยูสบนพื้นที่ 110 ไร่ ใจกลางเมืองภูเก็ต
เป้าหมายเพื่อเปลี่ยนจาก “Visitor Economy” (เมืองท่องเที่ยว) สู่ “Living Economy” (เมืองเพื่อการอยู่อาศัย) รองรับกลุ่ม Global Wealth และ Long-stay ทั่วโลก
โดยเค้ามีโครงการจะขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น 40% โดยแบ่งการเปิดตัวเป็น 3 ระยะ:
ขยายโซน Luxury เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เพื่อก้าวสู่การเป็น “The Pinnacle of Urban Luxury”
รวบรวมแบรนด์เนมระดับโลกเทียบเท่า Central Embassy ในกรุงเทพฯ
เพิ่มแบรนด์ Fashion & Bridge-line รวมกว่า 250 แบรนด์ และขยายโซนร้านอาหารอีก 15%
พัฒนาพื้นที่ 14 ไร่ ให้เป็นแลนด์มาร์คใหม่ ประกอบด้วย World-class Arena สำหรับความบันเทิงและวัฒนธรรม, อควาเรียมระดับโลก และ Immersive Park
Exclusive Brands: แบรนด์ที่เปิดเฉพาะที่นี่ (นอกกทม.) เช่น Dior, Louis Vuitton, Hermes, Gucci, Bvlgari, Tiffany & Co., และ Prada
Flagship Concepts: แบรนด์หลายแห่งเลือกเปิดคอนเซ็ปต์ใหม่และขนาดใหญ่ที่สุด เช่น ZARA Flagship (ใหญ่สุดใน SEA) และ Louis Vuitton บูติกที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้
High Purchasing Power: มีฐานลูกค้า VVIP ระดับ Tycoon กว่า 3,000 ราย และมียอดขายต่อตารางเมตรสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2.5 เท่า
ร้านอาหารระดับโลก: เช่น Thai Brasserie by Blue Elephant, Haidilao (สาขาแรกนอก กทม.), และร้านระดับมิชลินที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเท่าตัว
Lifestyle Dining: Starbucks Reserve ที่ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต และร้านดังอย่าง %Arabica
Floresta: เน้นความประณีต หรูหรา (Refine Luxury) มีไฮไลต์คือ The Pearl Atrium
Festival: เน้นพลังความมีชีวิตชีวา (Warm Energy & Greenery) ผสมผสานศิลปะ Sino-Portuguese
Ground Floor: ปรับปรุงใหม่ให้มีบรรยากาศแบบ Beach Club ในเมืองชายทะเล เชื่อมโยง Local เข้ากับ Global Lifestyle
ข้อมูลจากเพจ propcons







