📅 วันที่ 3 มีนาคม 2569
🚢 ในวันนี้ทีมป้องกันพื้นที่อ่อนไหวและส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย
สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 สาขาภูเก็ต (ทช.10)
ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.)
สำนักปฏิบัติการ 2 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (สปก.2 ศรชล.)
กรมควบคุมมลพิษ
สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 (สคพ.15)
The International Tanker Owners Pollution Federation (ITOPF)
บริษัท เอแซด อันเดอร์ วอเตอร์ เวอค แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด
ร่วมสำรวจพื้นที่เกาะแก้วพิสดาร เพื่อประเมินคราบน้ำมันที่ขึ้นฝั่ง และแนวทางในการดำเนินการต่อไป รวมทั้งจัดการประชุม ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ เพื่อกำหนดแนวทางการทำความสะอาดชายฝั่งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความเหมาะสมตามหลักวิชาการ และสอดคล้องกับหลักการวิเคราะห์ประโยชน์สุทธิด้านสิ่งแวดล้อม (NEBA)
🛢️จากการลงพื้นที่เกาะแก้วพิสดาร พบว่าเป็นน้ำมันที่เป็นคราบซึ่งมีการชะล้างออกไปบ้างแล้วแต่ว่ายังมีติดแน่นอยู่กับก้อนหิน ซึ่งต้องใช้วิธีการอีกวิธีการที่จะทำความสะอาด และต้องใช้แรงงานคนค่อนข้างเยอะ รวมทั้งอาจจะต้องทำในช่วงน้ำลง ซึ่งจะมีการวางแผนร่วมกับส่วนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการต่อไป
🔹จากการประชุมหารือแนวทางการดำเนินการทำความสะอาดชายฝั่ง ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ เวลา 1400 สรุปได้ดังนี้
1. วัตถุประสงค์การประชุม เพื่อกำหนดแนวทางการทำความสะอาดชายฝั่งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความเหมาะสมตามหลักวิชาการ และสอดคล้องกับหลักการวิเคราะห์ประโยชน์สุทธิด้านสิ่งแวดล้อม (NEBA)
2. สถานการณ์คราบน้ำมันปัจจุบัน
2.1 เกาะแก้วใหญ่
หาดทราย: พบคราบลักษณะ Torball ขนาดเล็ก คงเหลือบางส่วน ดำเนินการเก็บรวบรวมใส่ถุงและขนส่งกลับฝั่งเพื่อกำจัดอย่างถูกต้อง
โขดหิน: พบคราบฝังติดแน่น บางส่วนมีลักษณะเหนียว ใช้วิธีเช็ด/ขัดด้วยแปรงลวด และพิจารณาการใช้น้ำแรงดันอย่างเหมาะสม
2.2 เกาะราชาใหญ่ อ่าวสยาม / อ่าวปาตก
หาดทราย: พบ Torball ขนาดเล็ก ดำเนินการเก็บกู้เช่นเดียวกัน
โขดหิน: ทำความสะอาดขณะน้ำลง ใช้แปรงขัด และวาง sorbent boom ป้องกันการไหลกลับลงทะเล
3. แนวทางทางวิชาการ ทาง ITOPF ได้นำเสนอแนวทางและวิธีการในการขจัดคราบน้ำมันในทะเล และการทำความสะอาดชายฝั่ง ให้ทราบในเบื้องต้น และจะจัดทำ Technical Guidance Note ให้กับ ศรชล. เพื่อนำไปเป็นแนวทางหรือเป็นข้อตกลงใจต่อไป
4. การจัดการของเสียปนเปื้อน
การรวบรวมและจัดเก็บของเสียให้เป็นไปตามหลักสิ่งแวดล้อม โดย ทช. เป็นหน่วยงานหลักด้าน Shoreline Cleanup และประสานผู้รับจ้างจากบริษัทประกันภัยในการขนส่งและกำจัดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ได้มีข้อแนะนำและข้อเสนอแนะ ดังนี้
1. การประสานงานและรายงานผล ควรมีการดำเนินการดังนี้
กำหนดขอบเขตหน้าที่ระหว่าง ศรชล. และผู้รับจ้างให้ชัดเจน
จัดตั้งกลุ่มประสานงานในพื้นที่เกาะ (รีสอร์ท/โรงแรม/ชุมชน/ท้องถิ่น) โทรศัพท์ , Line
ตั้งคณะทำงานประเมินระดับความสะอาดที่เหมาะสมตาม NEBA
ทั้งนี้ เมื่อได้รับแจ้งเหตุจากพื้นที่
* เจ้าหน้าที่สามารถให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการจัดเก็บคราบน้ำมันที่ถูกต้อง (เช่น การ ป้องกันการปนเปื้อน การแยกเก็บของเสีย ฯลฯ)
* ขอข้อมูลภาพถ่าย พิกัด เวลา และปริมาณโดยประมาณ
* รายงานกลับมายังศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ เพื่อประเมินสถานการณ์และสั่งการต่อไป
2. การประสานข้อมูลกับ ITOPF /ITOPF ประสงค์ขอทราบผู้ประสานงานใน 3 ส่วนงานหลัก ได้แก่
การขจัดคราบในทะเล
การกู้เรือ/ตู้สินค้าอันตราย/เม็ดพลาสติก
การทำความสะอาดชายฝั่ง
🛡️แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้การตอบสนองเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดการกระจายตัวของคราบน้ำมัน และควบคุมผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ITOPF จะขอรับทราบข้อมูลในแต่ละส่วนงาน เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการจัดทำ Technical Guidance Note ให้กับหัวหน้าชุดนำไปพิจารณาต่อไป
💢 ศรชล.ภาค 3 ยังคงมุ่งมั่น ทุ่มเท ทั้งแรงกายและแรงใจ เพื่อพิทักษ์รักษาชีวิตและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในพื้นที่ฝั่งอันดามัน ให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถดำรงชีวิต และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป 💢
📢 เหตุด่วน เหตุร้าย ภัยทางทะเล ต้องการความช่วยเหลือทางทะเล
☎️ โทร 1465 แจ้ง ศรชล.ภาค 3 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง








