ทุกวันที่ 13 มีนาคม ชาวภูเก็ตจะจัดพิธีสดุดีท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทรขึ้น ณ อนุสาวรีย์ ที่ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนเทพกระษัตรีกับถนนศรีสุนทร บ้านท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของสองวีรสตรีผู้ปกป้องเมืองถลาง
• ก่อกำเนิด “อนุสาวรีย์”
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปจังหวัดภูเก็ต ในระหว่างวันที่ 24-30 เมษายน พ.ศ. 2452 เมื่อพระองค์เสด็จฯ ถึงอำเภอถลาง ทรงบันทึกไว้ว่า
“…ท้าวเทพกระษัตรีนี้เป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง ผู้หญิงที่จะได้มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ในตำนานของชาติเรามีน้อยนัก ที่มีก็มักไปมีในทางที่ไม่สู้จะน่าให้มีนัก.. เพราะฉะนั้นเป็นการสมควรแล้วที่จะมีอนุสาวรีย์ไว้ให้คนระลึกถึงและจำได้ต่อไปชั่วกาลนาน…”
ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาตรวจราชการและเยี่ยมเมืองถลาง ประสงค์ที่จะสักการะปูชนียสถานอันเกี่ยวเนื่องกับวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร ก็ไม่สามารถกระทำได้ในสถานที่ที่เคยมีเหตุการณ์ จึงได้สักการะบ้านพระยาวิชิตสงคราม (ทัต รัตนดิลก ณ ภูเก็ต) ที่บ้านท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร และได้มอบเงิน 10,000 บาท เป็นกองทุนสร้างอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร
ต่อมา นายอ้วน สุระกุล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2505 ท่านได้สำเนาจดหมายเหตุเมืองถลาง จำนวน 6 ฉบับ จากมหาวิทยาลัยลอนดอน จดหมายเหตุเมืองถลางชุดนี้เป็นหลักฐานสำคัญส่วนหนึ่ง ร่วมกับ ประวัติท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร ฉบับของขุนนรภัยพิจารณ์ (ไวย ณ ถลาง) และพงศาวดารเมืองถลาง ให้กรรมการดำเนินการจัดสร้างอนุสาวรีย์ฯ มีความมั่นใจที่จะดำเนินการสร้างอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร เป็นปูชนียวัตถุเพื่อเป็นเครื่องเชิดชูเกียรติแด่วีรสตรีทั้งสองท่าน
• ประติมากรรมล้ำค่า
พ.ศ. 2508 กรมศิลปากรมอบหมายให้ นายสนั่น ศิลากร เป็นประติมากร ดำเนินการหล่อรูปปั้นด้วยทองสัมฤทธิ์ ขนาดใหญ่กว่าบุคคลปกติเท่าครึ่ง ยืนบนแท่นสูง 3 เมตร ด้านขวาเป็นท้าวเทพกระษัตรี ด้านซ้ายเป็นท้าวศรีสุนทร ทั้งสองท่านมีรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาคมขำ จมูกค่อนข้างโด่ง ตัดผมทรงดอกกระทุ่ม มีลักษณะเป็นคนเข้มแข็งกล้าหาญเด็ดเดี่ยว นุ่งผ้าโจงกระเบน สวมเสื้อแขนยาว มีผ้าแถบทับเสื้อแบบตะเบงมาน มือถือดาบปลายมน หันหน้าสู่ทิศเหนือ และสถานที่ก่อสร้างอนุสาวรีย์ ด้วยความประสงค์ที่จะให้อนุสาวรีย์ตั้งอยู่กลางเกาะภูเก็ต เพื่อผู้ผ่านเข้าเมืองภูเก็ตได้มีโอกาสเข้าสักการะ
• 23 พฤษภา ฤกษ์ดีเปิดอนุสาวรีย์ฯ
อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร วางศิลาฤกษ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2509 จากนั้นจังหวัดภูเก็ตได้อัญเชิญประติมากรรมท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ขึ้นประดิษฐาน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2510 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดอนุสาวรีย์ฯ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2510
• จากความภาคภูมิใจ สู่ “ดวงตราประจำจังหวัดภูเก็ต”
สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบดวงตราประจำจังหวัดขึ้น เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ของแต่ละท้องที่และส่งเสริมให้ประชาชนในชนบทท้องถิ่นนั้น ๆ มีความภาคภูมิใจ อันจะก่อให้เกิดความเป็นปึกแผ่นขึ้นและส่งผลให้ประเทศชาติมั่นคง
สำหรับจังหวัดภูเก็ต กรมศิลปากรใช้แนวคิดจากประวัติหรือตำนานเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หรือตำนานมาผูกเป็นภาพดวงตราประจำจังหวัด มีลักษณะเป็นภาพวีรสตรีสองคนยืนถือดาบ เบื้องหลังเป็นเกาะถลางหรือภูเก็ต ซึ่งหมายถึง ภาพของท้าวเทพกระษัตรี (คุณหญิงจัน) และท้าวศรีสุนทร (คุณหญิงมุก) ภริยาเจ้าเมืองถลางและน้องสาว ซึ่งแสดงวีรกรรมคุมพลป้องกันเมืองถลางไว้ให้พ้นจากการรุกรานของพม่า เมื่อ พ.ศ. 2328 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาจังหวัดภูเก็ตใช้ภาพ “อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร” เป็นสัญลักษณ์ในดวงตราตราบจนปัจจุบัน
—————————————————–
เรียบเรียงและออกแบบกราฟฟิก : นางนิลิณี สังข์เกื้อ นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ
อ้างอิง
คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดภูเก็ต. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2544
สุนทรี สังข์อยุทธ์. เอกลักษณ์ปักษ์ใต้ จดหมายเหตุดวงตราและสินค้าประจำเมือง. ตรัง : บริษัท เอสพริ้นท์ (2004) จำกัด สาขาตรัง, 2552
อ้วน สุระกุล. อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพนายอ้วน สุระกุล, กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟันนี่พับบลิชชิ่ง, 2538








