เมื่อวานนี้ (5 มิ.ย. 2569) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดการประชุมสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำร่างหลักสูตรการพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) หลักสูตรการเข้าใจดิจิทัล และหลักสูตรการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ภายใต้โครงการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลระดับพื้นที่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ณ ห้องประชุมสกาย ชั้น 3 โรงแรมเดอะ พาโก้ ดีไซน์ จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นางสาวพลอยรวี เกริกพันธ์กุล ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
สถานการณ์ภัยออนไลน์ในประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลปี 2568 พบการแจ้งความคดีออนไลน์สะสม 141,797 เรื่อง หรือเฉลี่ยมากกว่า 900 เรื่องต่อวัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11,772 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นประชาชนวัยทำงานในกลุ่ม Gen Y และ Gen X รวมกันสูงถึงร้อยละ 71.85
รูปแบบอาชญากรรมออนไลน์ที่พบมาก ได้แก่ การหลอกซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ การหลอกลงทุน หลอกหางานพิเศษ รวมถึงการปลอมแปลงตัวตนเป็นหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงินผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ข้อความ SMS และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ส่งผลให้ภาครัฐต้องเร่งยกระดับมาตรการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลแก่ประชาชนอย่างเป็นระบบ
นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ กล่าวถึงบทบาทของอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเครือข่าย อสด. จำนวน 246,682 คน กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดิจิทัลสู่ระดับชุมชน เพื่อเสริมสร้างทักษะและความรู้เท่าทันภัยออนไลน์ให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ ภาครัฐเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาเครือข่าย อสด. อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังขาดทักษะดิจิทัล การให้บริการภาครัฐเข้าสู่ระบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ การเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ตลอดจนความต้องการกำลังคนด้านดิจิทัลในระดับพื้นที่
สำหรับการพัฒนาหลักสูตรดังกล่าว จะมุ่งออกแบบให้ครอบคลุมทุกช่วงวัยและทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่เด็กปฐมวัย เด็กและเยาวชน กลุ่ม NEET คนพิการและผู้ด้อยโอกาส ผู้ปกครอง ผู้สูงอายุ ไปจนถึงบุคลากรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
การจัดสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ พร้อมยกระดับเครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัลให้มีความเข้มแข็ง รองรับภารกิจภาครัฐในการสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์และลดความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ในระยะยาว








