สภาผู้บริโภค ประกาศฟ้องแพลตฟอร์ม “เฟซบุ๊ก” ของบริษัท meta หลังจากปล่อยให้มีโฆษณาของกลุ่มมิจฉาชีพ หลอกลวงผู้บริโภคคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีความพยายามสกัดกั้นใดๆ จนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของเหยื่อชาวไทยเป็นจำนวนมาก
.
จากสถิติพบว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 คนไทยสูญเสียเงินจากการถูกหลอกผ่านเฟซบุ๊กกว่า 7,480 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละ 62 ล้านบาท ชั่วโมงละ 2.7 ล้านบาท และมีผู้เสียหายมากกว่า 1 พันคนต่อวัน โดยคดีที่พบมากที่สุดคือการซื้อสินค้าออนไลน์แล้วไม่ได้รับสินค้า ส่วนคดีที่เสียหายสูงสุดคือการหลอกลงทุน
.
นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2567–มีนาคม 2569 มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์กว่า 6,164 เรื่อง โดยกว่า 3,793 เรื่อง เกี่ยวข้องกับเฟซบุ๊ก พร้อมย้ำว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากผู้บริโภค “โง่หรือรู้ไม่เท่าทัน” แต่เกิดจากความเชื่อมั่นที่ผู้ใช้มีต่อแพลตฟอร์มขนาดใหญ่
.
ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค ชี้เหตุผลสำคัญในการฟ้อง 8 ประเด็น ได้แก่
1.ปล่อยโฆษณาหลอกลวงและผิดกฎหมายจำนวนมาก
2.Marketplace และเพจเป็นช่องทางขายสินค้าเถื่อนและสินค้าผิดกฎหมาย
3.อัลกอริทึมช่วยให้มิจฉาชีพเข้าถึงเหยื่อได้ตรงกลุ่ม
4.ได้ประโยชน์จากรายได้ค่าโฆษณาของมิจฉาชีพ
5.ระบบยืนยันตัวตนผู้ขายไม่มีประสิทธิภาพ
6.อาศัยช่องว่างกฎหมายไทยเพื่อลดความรับผิดชอบ
7.ไม่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อและเยียวยาความเสียหายที่เพียงพอ
8.ใช้มาตรฐานความปลอดภัยในไทยต่ำกว่าหลายประเทศ
.
ทั้งนี้ ในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ สภาผู้บริโภค พร้อมทนายความ และตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย จะไปยื่นฟ้องร้องเฟซบุ๊ก ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก โดยยังไม่ขอตอบว่าจะมีการเดินหน้าฟ้องร้องต่อแพลตฟอร์มอื่น ๆ อีกหรือไม่ ให้สื่อมวลชนไปรอฟังในวันนั้นทีเดียว
.
#สำนักข่าววันนิวส์ ข่าวช่องวัน







