นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มรายได้ให้ร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจบริการทั่วประเทศ ได้เปิดให้เฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหาร อาหารว่าง และเครื่องดื่ม ลงทะเบียนผูกบัญชีกับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. โดยร้านค้าสามารถเลือกผูกบัญชีกับผู้ให้บริการได้เพียง 1 แพลตฟอร์มเท่านั้น และต้องเป็นแพลตฟอร์มที่ร้านค้าใช้งานอยู่แล้ว โดยร้านค้าจะทราบผลการสมัครภายในวันถัดไปผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน โดยประชาชนจะสามารถใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ในช่วงเวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวัน สำหรับแพลตฟอร์มที่เปิดให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีมี 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ 1) ShopeeFood ผู้ใช้สิทธิจะได้รับส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 60% 2) LINE MAN มอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม โดยผู้ใช้สามารถใส่โค้ด LMPLUS เพื่อรับส่วนลดสะสมรวมสูงสุด 5,000 บาท 3) GrabFood จัดแคมเปญด้วยส่วนลดค่าอาหารผ่านโค้ด GRAB สูงสุด 100 บาทต่อรายการ และ 4) Robinhood มอบสิทธิประโยชน์ทั้งด้านส่วนลดค่าอาหารและค่าจัดส่ง โดยผู้ใช้สามารถรับส่วนลด 50% สูงสุด 100 บาทต่อรายการ ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิของภาครัฐได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เม็ดเงินหมุนเวียนสู่ร้านค้าอย่างทั่วถึง
(9 มิ.ย.69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มรายได้ให้ร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจบริการทั่วประเทศ ขยายการใช้สิทธิผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีบน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิของภาครัฐได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ โดยเปิดให้ผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ ลงทะเบียนผูกบัญชีกับแพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. และประชาชนจะสามารถเริ่มใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ในช่วงเวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวัน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้มากขึ้น ลดภาระค่าครองชีพ และทำให้เม็ดเงินจากมาตรการของรัฐบาลหมุนเวียนสู่ร้านอาหารและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับร้านค้าที่สามารถขายและรับออเดอร์ผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ จะต้องเป็นประเภทธุรกิจอาหาร อาหารว่าง และเครื่องดื่ม สามารถลงทะเบียนผูกบัญชีกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”ได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. ซึ่งร้านค้าสามารถเลือกผูกบัญชีกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีได้เพียง 1 แพลตฟอร์มเท่านั้น และต้องเป็นแพลตฟอร์มที่ร้านค้าใช้งานอยู่แล้ว เมื่อยืนยันการสมัครแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มภายหลังได้ จึงขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะสมก่อนดำเนินการสมัคร
– เติมเงินให้พร้อม: ก่อนเริ่มสั่งอาหาร ให้เติมเงินเข้า G-Wallet ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย (ในส่วน 40% ที่ต้องจ่ายเอง)
– เข้าแอปฯ เป๋าตัง: เปิดแอปพลิเคชันเป๋าตัง แล้วกดเลือกที่แบนเนอร์ “ฟู้ดเดลิเวอรี” หรือเมนู “โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)”
– เลือกแพลตฟอร์ม: เลือกผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ (ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood หรือ Robinhood)
– เลือกเมนู: ค้นหาร้านอาหารที่ร่วมรายการ แล้วเลือกสั่งเมนูที่ต้องการ
– ชำระค่าส่ง: ในส่วนของ “ค่าจัดส่ง” ให้ชำระผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีตามปกติ
– จ่ายค่าอาหารผ่านเป๋าตัง: เมื่อถึงขั้นตอนการชำระเงินค่าอาหาร ระบบจะแจ้งเตือนมาที่แอปฯ เป๋าตัง หรือผ่านแอปฯ ฟู้ดเดลิเวอรี ให้กดเลือกชำระเงินผ่าน G-Wallet โดยระบบจะคำนวณส่วนลด 60% จากรัฐบาลให้อัตโนมัติ จากนั้นกดยืนยันด้วย รหัส PIN 6 หลัก เป็นอันเสร็จสิ้น
ให้สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างโอกาสให้ร้านอาหารรายย่อยทั่วประเทศเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีทั้ง 4 ราย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของรัฐบาลให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมช่วยขยายช่องทางการขายให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยทั่วประเทศ สร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และส่งเสริมการจ้างงานในระดับชุมชน โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เป็นกลไกสำคัญในการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ผ่านการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ร้านค้า ชุมชน และเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง อันจะนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน







