ผมในฐานะศิลปิน ที่ได้รับเกียรติมอบหมายให้ออกแบบและสร้างสรรผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่ใต้ผืนทะล ผ่านเรื่องราวของสุพรรณมัจฉา
รามเกียรติ์เป็นตำนานบทยาวที่ยังความหมายลึกซึ้งทางเนื้อหา ในตอน “จองถนน” เป็นเหตุการณ์สำคัญในช่วงที่กองทัพพระรามกำลังสร้างสะพาน (ถนน) ข้ามทะเลไปยังกรุงลงกา เมื่อหนุมานและสุครีพสังเกตเห็นว่าถมหินเท่าไหร่ถนนก็ไม่คืบหน้าเสียที หนุมานจึงอาสาดำน้ำลงไปดูใต้ทะเล และได้พบกับนางสุพรรณมัจฉาที่กำลังคุมฝูงปลาทำลายถนนอยู่
หนุมานพยายามจับตัวนางสุพรรณมัจฉา จนเกิดการต่อสู้และไล่ล่ากัน สุดท้ายหนุมานจับนางได้และเกิดความรักต่อกัน นางสุพรรณมัจฉาจึงยอมช่วยสั่งให้ฝูงสัตว์น้ำนำหินมาคืน ทำให้การสร้างถนนข้ามไปยังกรุงลงกาสำเร็จลงได้
ผมจึงเจตนาสร้างก้อนคำ หินที่ว่าเรื่อง“อัตตา” อุปมาถึงตัวตนที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม โดยนำก้อนคำมาทุบทำลายเพื่อปั้นนางสุพรรณมัจฉานั่งทับก้อนหินเหล่านี้ เช่นเดียวกับการกระทำของเธอ แม้เกิดเป็นลูกพญายักษ์แต่ก็ยังสามารถวางอัตตา เลือกตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ในท้ายที่สุด
สุดท้ายผมต้องกราบขอบพระคุณทางจังหวัดภูเก็ตที่เห็นความสำคัญและให้ศิลปะได้ทำหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมศิลป์ภูเก็จ ซึ่งได้กล่าวในวันส่งมอบต้นแบบไว้ว่า ” RAYA Phuket Underwater Art Museum ไม่ได้ เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่เป็นต้นแบบการใช้ศิลปะเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคมและส่งเสริมภาพลักษณ์ของภูเก็ตในฐานะเมืองศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โครงการนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของภูเก็ตในการเชื่อมโยง ศิลปะ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ทรัพยากร ทางทะเล สู่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ“
ขออนุญาตฝากผลงานของผมที่จะได้ทำหน้าที่ อยู่คู่อ่าวสยาม ใต้ท้องทะเลภูเก็ตไปอีกนานแสนนาน…ด้วยนะครับ
ภาพและข้อความจากเพจ Widsanupong Noonan







