ภาพรวมการจัดเก็บภาษีและงบประมาณรายจังหวัด สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและการจัดสรรงบประมาณในประเทศไทยที่น่าสนใจ โดยตารางด้านบนได้รวบรวมตัวเลขเปรียบเทียบระหว่างจังหวัดที่สามารถสร้างรายได้หรือจัดเก็บภาษีได้มากที่สุด กับจังหวัดที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด ซึ่งเผยให้เห็นความเหลื่อมล้ำและความเชื่อมโยงระหว่างศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในระดับภูมิภาค
เมื่อเจาะลึกดูภาพรวมความแตกต่างของการจัดเก็บภาษีและงบประมาณที่ได้รับในแต่ละภาค จะพบมุมมองที่น่าสนใจดังนี้
ภาคอีสาน (พื้นที่ซึ่งงบประมาณลงทุนสูงกว่ายอดภาษีที่จัดเก็บเป็นอันดับ 1): มียอดจัดเก็บภาษีรวมประมาณ 47.42 พันล้านบาท แต่งบประมาณลงทุนรวมสูงถึงประมาณ 81.48 พันล้านบาท เกิดส่วนต่างสุทธิ +34.06 พันล้านบาท เป็นภูมิภาคที่ได้รับจัดสรรงบประมาณลงทุนสูงกว่ายอดภาษีที่จัดเก็บได้ในพื้นที่อย่างชัดเจนและมีมูลค่ารวมสูงที่สุด เนื่องจากมีจำนวนจังหวัดมากถึง 20 จังหวัด และหลายจังหวัดได้รับงบลงทุนสูงเมื่อเทียบกับฐานภาษี เช่น สุรินทร์ หนองคาย และบุรีรัมย์
ภาคเหนือ (พื้นที่ซึ่งงบประมาณลงทุนสูงกว่ายอดภาษีที่จัดเก็บเป็นอันดับ 2): มียอดจัดเก็บภาษีรวมประมาณ 38.44 พันล้านบาท และงบประมาณลงทุนรวมประมาณ 56.68 พันล้านบาท มีส่วนต่างสุทธิ +18.24 พันล้านบาท ภาพรวมทั้งภูมิภาคได้รับงบประมาณลงทุนสูงกว่าภาษีที่จัดเก็บได้เช่นกัน แม้จะมีบางจังหวัดใหญ่ที่ภาษีสูง เช่น เชียงใหม่ และลำพูน แต่ภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงมีงบลงทุนมากกว่า
ภาคใต้ (พื้นที่ซึ่งยอดจัดเก็บภาษีสูงกว่างบประมาณลงทุน): มียอดจัดเก็บภาษีรวมประมาณ 47.32 พันล้านบาท แต่งบประมาณลงทุนรวมอยู่ที่ประมาณ 46.93 พันล้านบาท ส่งผลให้มีส่วนต่างสุทธิ -0.39 พันล้านบาท (-392 ล้านบาท) เป็นภูมิภาคเดียวในกลุ่มนี้ที่ยอดจัดเก็บภาษีรวมสูงกว่างบประมาณลงทุนที่ได้รับ โดยปัจจัยหลักมาจากจังหวัดเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีการจัดเก็บภาษีมหาศาล แต่ได้รับงบประมาณลงทุนกลับมาค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วน
การทำความเข้าใจข้อมูลชุดนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ การกระจายอำนาจ และการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน เพื่อตอบคำถามว่าเม็ดเงินภาษีจากหยาดเหงื่อของประชาชนในแต่ละพื้นที่ถูกนำกลับมาพัฒนาท้องถิ่นอย่างไร และทิศทางในอนาคตควรปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดเก็บหรือการจัดสรรงบประมาณอย่างไรให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนมากที่สุดต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม
ข้อมูล/ภาพ จากเพจ Nation Data








