วันที่ 2 ตุลาคม 2569 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ภก (กปภจ) 0021/ว93 จากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต/ผู้อำนวยการจังหวัด ถึงนายอำเภอ/ผู้อำนวยการอำเภอทุกอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ผู้อำนวยการท้องถิ่นทุกแห่ง และหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนราชการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์สาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 4–7 ตุลาคม 2569
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้ติดตามการคาดการณ์สภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 2 (236/2564) เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่าในช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
จังหวัดภูเก็ตจึงขอให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แจ้งประชาชนให้ทราบและเตรียมป้องกันสาธารณภัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยให้ดำเนินการ ดังนี้
1. เฝ้าระวังสภาพอากาศและพื้นที่เสี่ยง
ติดตามข้อมูลข่าวสารสภาวะอากาศและปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก บริเวณฝนตกสะสม พื้นที่สูง และพื้นที่ที่ดินอุ้มน้ำสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชนอย่างรวดเร็ว รวมถึงจัดเตรียมบุคลากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมบูรณาการช่วยเหลือได้ทันที
2. เฝ้าระวังสถานที่ท่องเที่ยว ทางลอด และอุโมงค์
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หากมีฝนตกหนักและมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ ห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด
กรณีเกิดสถานการณ์อุทกภัยในทางลอดหรืออุโมงค์ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบปิดกั้นพื้นที่จราจรและสูบน้ำออกโดยเร็ว เพื่อบรรเทาการจราจรที่ติดสะสมและความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับพื้นที่ที่มีสถานการณ์น้ำท่วมขัง ขอให้ระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว และหากมีความเสี่ยงจะเกิดอันตรายให้ตัดกระแสไฟฟ้าทันที
3. เฝ้าระวังคลื่นลมแรงและการเดินเรือ
กรณีคลื่นลมแรง ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนประชาชนบริเวณชายฝั่งทะเล และแจ้งนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำทะเลในช่วงที่มีคลื่นลมแรงโดยเด็ดขาด พร้อมแจ้งเตือนการเดินเรือ โดยให้ชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร เดินเรือด้วยความระมัดระวังให้มากขึ้น และหากสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มรุนแรง ให้พิจารณาห้ามการเดินเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด
4. เร่งระบายน้ำและเตรียมเครื่องสูบน้ำ
หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ให้เร่งการระบายน้ำ และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้แล้ว ให้ดำเนินการเดินเครื่องสูบน้ำทันที ก่อนปริมาณน้ำถึงระดับวิกฤติ และในบริเวณที่คาดว่าจะมีสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง ให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในพื้นที่
5. เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มตลอด 24 ชั่วโมง
ในพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ให้จัดเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง หากคาดการณ์ว่าจะเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือดินโคลนถล่ม ให้แจ้งเตือนประชาชนอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
กรณีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำมีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง ให้แจ้งเตือนประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
6. เตรียมบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลให้พร้อม 24 ชั่วโมง
ขอเน้นย้ำให้ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งตรวจสอบและเตรียมความพร้อมบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมใช้งานทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
โดยเฉพาะเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย เช่น เครื่องวัดปริมาณน้ำฝน หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน และหอเตือนภัย รวมทั้งเครื่องจักรกลสาธารณภัยในการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย เรือท้องแบน รถผลิตน้ำดื่ม รถประกอบอาหาร และอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ
7. ช่องทางแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ
ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบว่า หากพบเห็นหรือได้รับผลกระทบ และต้องการความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์ภัย สามารถแจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอในพื้นที่ รวมทั้งสามารถแจ้งผ่านโทรศัพท์สายด่วนนิรภัย 1784 ทางโทรศัพท์หมายเลข 076-510098 หรือแจ้งผ่านไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID: @1784DDPM
พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุประจำอยู่ในสำนักงานและอยู่ในพื้นที่ พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
8. เร่งช่วยเหลือและรายงานสถานการณ์ต่อเนื่อง
หากเกิดเหตุสาธารณภัยและส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่ใด ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามกฎและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอที่ได้รับผลกระทบ ดำเนินการสรุปสถานการณ์และรายงานให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ตทราบต่อเนื่องทุกวัน ทางโทรสารหมายเลข 076-510097 หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ phuketdisaster@gmail.com ตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ
ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตขอให้ทุกหน่วยงานและประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม 2569 เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต กรมประชาสัมพันธ์







