📅 วันที่ 4 มีนาคม 2569
🚢 ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ ยังคงเฝ้าติดตามข้อมูลคราบน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดกำลังเข้าปฏิบัติการทันที หากตรวจพบคราบน้ำมันหรือได้รับการรายงานจากแหล่งอื่น ๆ โดยได้ดำเนินการดังนี้
1. นำข้อมูลการ Run OILMAP ประจำวันที่ 4 มี.ค.69 และข้อมูลคาดการณ์ของวันที่ 5 มี.ค.69 จากกรมควบคุมมลพิษ และรายงานผลการวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมัน ของ ศูนย์ยุทธการ ศรชล. (ศยก.ศรชล.) และข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDA เพื่อใช้วิเคราะห์ในการติดตามคราบน้ำมัน
2. จัดเรือ ต.114 ซึ่งเป็นทีมควบคุมและขจัดคราบน้ำมัน ออกปฏิบัติภารกิจตรวจสอบและติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันในทะเล บริเวณพื้นที่รอบจุดเรือจม เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการตอบโต้เหตุการณ์อย่างทันท่วงที
3. จัดอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ของตำรวจน้ำ บินสำรวจคราบน้ำมันบริเวณจุดเรือจม
4. จัดเรือเตรียมพร้อม ณ หลักเทียบเรือ ทรภ.3 ออกปฏิบัติการทันที ได้แก่ ร.ล.มันนอก ร.ล.ปันหยี เรือ ศรชล.4012 เรือ ศรชล.4005 และเรือยางท้องแข็ง จำนวน 4 ลำ นอกจากนี้ยังมีทีมจาก บริษัท เอแซด อันเดอร์ วอเตอร์ เวอค แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ที่บริษัทประกันภัยว่าจ้างมา คอยสนับสนุนในการควบคุมและขจัดคราบน้ำมันอีกด้วย
🔹 ผลการเฝ้าติดตามของเรือ ต.114 พบว่า ที่แบริ่ง 112 จากจุดเรือจม – 1 ไมล์ พบคราบน้ำมันเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ ลักษณะคราบน้ำมันไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากคลื่นลมค่อนข้างแรง
💢 ศรชล.ภาค 3 มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ทั้งแรงกายและแรงใจ อย่างเต็มกำลังความสามารถ
เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง ชีวิตและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ในพื้นที่ทางทะเลฝั่งอันดามัน
ให้พี่น้องประชาชนและลูกหลานชาวอันดามัน
สามารถดำรงชีวิตและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล
ได้อย่าง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สืบไป 💢
📢 เหตุด่วน เหตุร้าย ภัยทางทะเล ต้องการความช่วยเหลือทางทะเล
☎️ โทร 1465 แจ้ง ศรชล.ภาค 3 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง








