ท่ามกลางบรรยากาศเมืองภูเก็ตที่เติบโตด้วยการท่องเที่ยวในปัจจุบัน วันนี้อยากชวนทุกคนหลบถนนสายหลักที่คลาคลำไปด้วยนักท่องเที่ยว ไปรู้จักกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหนึ่งแห่ง ที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้ที่มีคุณูปการต่อการสร้างเมืองภูเก็ตในยุคเหมืองแร่
“พระยาวิชิตสงครามฯ (ทัต รัตนดิลก ณ ภูเก็ต)”
.
พระยาวิชิตสงครามฯ ถือเป็นบุคคลสำคัญของเมืองภูเก็ต ท่านเป็นบุตรของพระภูเก็จ (แก้ว) เจ้าเมืองภูเก็ตในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อบิดาของท่านถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ.2392 รัชกาลที่ 3 จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้บุตรชายของท่านแก้ว คือ หลวงพิทักษ์ทวีป (ทัต) เป็น “พระภูเก็จโลหเกษตรรารักษ์” ผู้ว่าราชการเมืองแทนบิดา พระภูเก็ตทัตได้ทำเหมืองแร่ดีบุก ส่งเสริมการค้าและพัฒนาเมืองภูเก็ตบริเวณอ่าวทุ่งคาจนมีความเจริญ รวมถึงชักชวนให้กปิตันนายเหมืองชาวจีนจากปีนังมาลงทุนทำเหมืองแร่ดีบุกในเมืองภูเก็ต ทำให้ตัวเมืองภูเก็ตสมัยนั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งเงินภาษีเข้าส่วนกลางเป็นจำนวนมาก
.
หลังจากเป็นเจ้าเมืองได้เพียง 4 ปี เมืองภูเก็ตก็เจริญขึ้นอย่างก้าวกระโดด รัชกาลที่ 4 จึงทรงโปรดเกล้าฯ เลื่อนให้เป็น “พระยาภูเก็จโลหเกษตรรารักษ์” มีเกียรติยศเสมอกับเจ้าเมืองถลางและยกฐานะให้ภูเก็ตเป็นหัวเมืองขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ ส่วนเมืองถลางภายหลังทำภาษีได้น้อยลงจึงลดฐานะเมืองถลางมาอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองภูเก็ตตามลำดับ เมืองภูเก็ตจึงกลายเป็นเมืองหลักของเกาะแห่งนี้
.
ท่านทัตเป็นเจ้าเมืองภูเก็ตยาวนานถึง 3 รัชกาล ในปี พ.ศ.2412 รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ เลื่อนให้เป็น พระพระยาวิชิตสงครามฯ ภายหลังในปี พ.ศ.2418 ท่านเริ่มป่วย มีอาการดวงตาพร่ามัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้บุตรชายคนโตพระอณาจักรบริบาล (ลำดวน) เป็นพระยาภูเก็ต ว่าราชการเมืองแทน และให้พระยาวิชิตสงครามฯ (ทัต) เป็นจางวาง ช่วยเหลือว่าราชการเมืองภูเก็ตจวบจนถึงแก่อนิจกรมในปี พ.ศ.2421 สิริรวมอายุ 54 ปี มีราชทินนามสุดท้ายว่า “พระยาวิชิตสงคราม รามฤทธิเดช โลหเกษตรารักษ์ พิทักษ์สยามรัฐสีมา มาตยานุชิต พิพิธภักดี พิริยพาหะ จางวาง (วิเศษ)” ถือศักดินา 10,000 มีเครื่องยศเทียบเท่าเสนาบดี
.
เพื่อรำลึกถึงคุณความดีชาวภูเก็ตจึงร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์พระยาวิชิตสงครามฯ (ทัต รัตนดิลก ณ ภูเก็ต) ขึ้น ตั้งอยู่ ณ วัดวิชิตสังฆาราม (วัดควน) ซึ่งเป็นวัดที่พระยาวิชิตสงครามฯ ได้บูรณะปฏิสังขรณ์เมื่อครั้งเป็นเจ้าเมืองภูเก็ตและเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งในที่ดินเดิมของท่าน มีพิธีประดิษฐานอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประติมากรรมเป็นรูปหล่อสำริด ได้ต้นแบบมาจากภาพถ่ายเก่า โดยประติมากรผู้ปั้น คือ อาจารย์สันติ พิเชฐชัยกุล ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากการปั้นหุ่นขี้ผึ้งที่เหมือนจริง โดยเฉพาะผลงานการสร้าง พระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 9
.
พื้นที่อนุสาวรีย์แห่งนี้ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของเมืองภูเก็ต บอกเล่าเรื่องราวการกำเนิดเมืองและเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับรำลึกถึงเรื่องราวของบรรพชนผู้มีคุณูปการต่อเมืองภูเก็ต มีโอกาสอยากให้ทุกคนแวะไปนะครับ พิกัด https://maps.app.goo.gl/XXrKJTLh2U64vZNDA
……………….
“มิวเซียมภูเก็ต Museum Phuket” จุดเริ่มต้นท่องเที่ยวเรียนรู้เมืองภูเก็ต พื้นที่สร้างสรรค์การเรียนรู้สำหรับคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยว ผ่านสื่อเทคโนโลยีและกิจกรรมสร้างสรรค์
.
ข้อมูลจากเพจ มิวเซียมภูเก็ต







