“ในปี พ.ศ. 2548 ผมมีโอกาสทำงานในโครงการรำลึกเหตุการณ์สึนามิของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย อีก 3 ปีต่อมา (พ.ศ. 2551) ได้ร่วมจัดเทศกาลภาพยนตร์ทดลอง BEFF ครั้งที่ 5 ที่ภูเก็ต และตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ผมยังเดินทางมาที่นี่เป็นประจำในฐานะนักท่องเที่ยว
“ย่านเมืองเก่าและอาหารคือสิ่งที่ดึงดูดให้ผมมาเยือนที่นี่อยู่เสมอ และในฐานะที่ผมทำงานอยู่สิงคโปร์ ผมเห็นว่าภูเก็ตมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอาณานิคมช่องแคบมากกว่าเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ เสียอีก พอได้มาทำไทยแลนด์เบียนนาเล่ ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า ทุกวันนี้ภูเก็ตยังคงเชื่อมต่อกับภูมิภาคนี้อยู่หรือไม่ กระทั่งได้มาลงพื้นที่ และประจักษ์ว่าประวัติศาสตร์เหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันดำรงในวิถีของเมือง “ในช่วงแรกที่เราวางแผนทำเทศกาลฯ ทีมภัณฑารักษ์คุยกันว่าภูเก็ตแทบไม่มีโครงสร้างพื้นฐานทางศิลปวัฒนธรรมเลย ไม่มีแกลเลอรี่ หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ โจทย์แรกในการทำงานครั้งนี้จึงเป็น หากที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะสาธารณะขึ้นมาจริง ๆ แล้วภายในจะจัดแสดงอะไร เบียนนาเล่จะสามารถหาคำตอบให้กับคำถามนั้นได้หรือไม่ และประวัติศาสตร์ทางความคิดแบบใดจึงจะเหมาะสมกับเมืองแห่งนี้…










